Sunday, February 28, 2016

ความจริงของเครือข่ายตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ทำได้จริงหรือไม่

เชื่อว่า หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจกับอาชีพเสริม หรืออาชีพหลักใหม่ๆ ในรูปแบบของเครือข่าย ซึ่งอาชีพตัวแทน/นายหน้าประกันภัย (ไม่ใช่ประกันชีวิต) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่เราควรรู้ความจริงทั้งหมด หรือข้อจำกัดที่มีอยู่ มาไล่เรียงดูกัน ว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีหรือไม่

1. เป็นตัวแทน หรือนายหน้าประกันวินาศภัย จะต้องมีบัตรตัวแทน/นายหน้าฯ ซึ่งจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ด้านประกันภัยเสียก่อนเพราะเป็นอาชีพที่มีจรรยาวิชาชีพ  หากกรณีที่ไม่มีบัตรอะไรเลย ก็สามารถรับงานประกันได้เฉพาะบุคคลในครอบครัว หรือที่มีนามสกุลเดียวกันเท่านั้น ค่าคอมมิสชั่นก็น้อยนิด และไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้

ฉะนั้นจะต้องมีบัตรตัวแทน/นายหน้า โดยผ่านกระบวนการสอบวัดความรู้ และต้องใช้เวลามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริง  หากผ่านขั้นตอนนั้นแล้วจึงจะสามารถรับงาน หรือขยายงานประกันภัยได้ และได้รับค่าคอมมิสชั่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

บริษัทประกันภัย ค่าคอม แบบไม่มีบัตร ค่าคอม แบบมีบัตร
วิริยะประกัน 12% 15%
ไทยวิวัฒน์ 12% 15%
กรุงเทพ 10% 13%
สินมั่นคง 10% 13%
เมืองไทย 8% 11%
ประกันคุ้มภัย 8% 11%


2. ในการแจ้งทำประกันแต่ละครั้ง ท่านต้องชำระเงินไปยังบริษัทประกันภัย หรือโบรกเกอร์นั้นๆ เพื่อให้ออกกรมธรรม์ประกันภัยให้ต่อไป หากต้องการแจ้งงานประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะต้องจ่ายเบี้ยเป็นหลักหมื่น ลูกค้าจะกล้าให้เราเอาเงินมาทำประกันก่อนหรือไม่ หรือเราจะเลือกสำรองเงินจ่ายไปก่อน แล้วค่อยเก็บเงินลูกค้าในภายหลัง พร้อมกับส่งมอบกรมธรรม์

เราจะมีวิธีการรับมืออย่างไรกับปัญหาด้านการเงิน เพื่อให้เราสามารถแจ้งทำประกัน จนสามารถส่งมอบกรมธรรม์ให้ลูกค้าได้ เช่น ให้ลูกค้าชำระเงินเข้าบริษัทประกันภัยหรือโบรกเกอร์โดยตรง หรือเราสามารถรับเงินจากลูกค้ามาก่อน  และวิธีสุดท้ายเราจะกล้าสำรองเงินจ่ายแทนลูกค้าไปก่อนหรือไม่ (เรื่องเงินทอง ความไว้ใจ และความเชื่อถือ ต้องใช้เวลาในการสั่งสม และไม่ว่าอย่างไร ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า) 

3. เมื่อมีลูกค้าสนใจทำประกันจะต้องสามารถแจ้งทำประกันได้อย่างทันที โจทย์ง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องการแจ้งทำประกัน เราจะต้องมีเวลากับลูกค้าในการขอรับเอกสาร ข้อมูลต่างๆ เช่น สำเนาเล่มรถยนต์ กรมธรรม์เดิม สำเนาบัตรประชาชน รูปถ่ายรถยนต์ และต้องมีเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารต่างๆ  เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ อีเมลล์ ไลน์ แฟกซ์ และที่ขาดไม่ได้ซึ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การชำระเงินพร้อมกับการแจ้งงาน หรือแจ้งทำประกันให้ลูกค้า ("เงิน" นี่สำคัญจริงๆ)

เมื่อมีลูกค้าเราจำเป็นที่ต้องมี 1.เวลาที่เพียงพอ  2.เครื่องมือการติดต่อสื่อสาร และ 3.เงิน หรือหลักฐานการชำระเงิน ในการแจ้งงานทำประกัน แสดงว่ามันก็ไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

 4. ขายประกัน ต้องมีความรู้ เครื่องมือและข้อมูลที่เพียงพอ การขายประกันใดๆ ก็ตาม จำเป็นที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ เครื่องมือสื่อสาร อธิบายให้ลูกค้าถึงเงื่อนไขความคุ้มครอง แบบประกัน เบี้ยประกัน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้องและชัดเจน ลูกค้าจะไว้วางใจและยกให้เราเป็น "มืออาชีพ"

ต้องมีความจริงใจ และใส่ใจในการเรียนรู้  คำถามของลูกค้าจะช่วยพัฒนา และฝึกฝนเราเอง


5. อาชีพเครือข่ายประกันภัยจำเป็นต้องขยายงาน&สร้างตัวแทน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างมาก ควรให้เกิดการยอมรับทั้งสองฝ่าย ทำให้เขาเห็นโอกาสที่ดี วิธีการสร้างรายได้ และต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ แต่คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เข้าถึงโอกาสที่ดี มีความเข้าใจในวิธีการ และทำงานอย่างมืออาชีพ

การสร้างเครือข่ายจะทำลายมิตรภาพ หรือจะสร้างโอกาสให้ใครๆ อีกหลายๆ คน เราเลือกได้ และควรเลือกอย่างเหมาะสม "ขายประกันด้วยความเข้าใจ และพร้อมให้โอกาสผู้อื่นเมื่อเหมาะสม"


6. เข้าใจธุรกิจ และการแข่งขันในด้านประกันภัย เพราะเราอยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เช่น แบงค์ก็ขายประกันเอง คู่แข่งก็มีการสร้างโฆษณาให้ลูกค้าจดจำ บ้างก็โทรตื้อลูกค้าล่วงหน้าหลายเดือน หรือจัดแคมเปญจ์ลดราคาเป็นว่าเล่น แล้วเราตั้งเป้าหมายจะอยู่ในจุดใด มีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นหรือไม่

เราจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า เข้าใจผลิตภัณฑ์ และเสนอเบี้ยประกันที่เหมาะสม แต่ถ้ารู้จักสนิทสนมและมีความสัมพันธ์อันดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง


7. ตัวอย่างใครที่เหมาะกับงานนี้ เช่น 
1. คนที่เพื่อนเยอะและเป็นที่ไว้วางใจ บอกอะไรเพื่อนก็เชื่อ 
2. ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง หรือฝ่าย HR
3. คนที่คลุกคลีอยู่แวดวงรถยนต์ 
4. คนที่ใช้เครื่องมือ Internet ทำงาน
5. ผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวและมีช่องทางติดต่อลูกค้าเป็นประจำ
6. ผู้ที่สนใจธุรกิจประกันภัยโดยตรง



ถ้าทั้งหมดนี้ที่อ่านมานี้ทำให้หลายๆ ท่านเห็นโอกาสที่ดี แม้จะเริ่มต้นด้วยศูนย์แต่จะก้าวย่างอย่างมั่นคงแน่นอน เพราะเรื่องถัดไปจะเป็นเรื่องของรายได้ และวิธีการสร้างโอกาสให้สามารถสร้างรายได้จริง 

-- รายได้ ค่าตอบแทน --
    จากจุดเริ่มต้นที่กล่าวไปว่า ผู้สนใจขยายงานประกันภัย ควรจะเป็นตัวแทน นายหน้าประกันภัย จะได้สามารถขยายงาน สร้างเครือข่ายได้ ลองมาดูความแตกต่างระหว่าง คนขายประกันที่ไม่มีบัตร และคนขายประกันที่มีบัตร 

บริษัทประกันภัย ค่าคอม แบบไม่มีบัตร ค่าคอม แบบมีบัตร
วิริยะประกัน 12% 15%
ไทยวิวัฒน์ 12% 15%
กรุงเทพ 10% 13%
สินมั่นคง 10% 13%
เมืองไทย 8% 11%
ประกันคุ้มภัย 8% 11%

1. ค่าคอมมิสชั่น ตามข้อมูลด้านบนนั้น นอกจากจะแตกต่างอยู่ถึง 3% แต่ผู้ที่ไม่มีบัตร ก็ไม่สามารถขายให้บุคคลภายนอก และขยายงานได้ ถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญยิ่ง 

2. ค่าขยายงานสร้างตัวแทน จะเห็นได้ว่าทุกๆ การแจ้งงานประกันภัยจากลูกทีม ท่านจะได้รับ
- ค่าแนะนำ 1% จากลูกทีม ทุกๆ การแจ้งงานประกันภัย

- ค่าตำแหน่ง อย่างน้อย 3% หากเราเป็นหัวหน้าสายงานซึ่งอยู่ในตำแหน่งระดับ 5 (แค่มีบัตรนายหน้า) และหากยิ่งตำแหน่งยิ่งสูงขึ้นเท่าใด ค่าตำแหน่งยิ่งสูงขึ้นตามเช่นกัน  แต่ประเด็นอยู่ที่เราจะสามารถปรับตำแหน่งให้สูงขึ้นอย่างน้อยในระดับ 4 (ผู้จัดการขยายงาน) ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเรา และทีมงาน (ลูกทีม) จะสามารถหางานส่งเข้าบริษัทได้มากน้อยเพียงใด
 







Popular Posts